เปิดราคาเป้าหมาย CKPower หลังประกาศงบ พลิกกลับเป็นกําไร
โบรกเกอร์ เปิดราคาเป้าหมาย CKPower หลังประกาศงบ พลิกกลับเป็นกําไร เคาะปันผล 23 พฤษภาคม นี้ หุ้นละ 0.085 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (CKP) รายงานกําไรสุทธิ 1Q25 ที่ 70 ล้านบาท ลดลงจาก 540 ล้านบาท ใน 4Q24 จาก ปัจจัยฤดูกาลที่เป็น low season ของธุรกิจ ที่จะมีปริมาณนํ้าในการผลิตไฟฟ้าตํ่าสุดของปี แต่พลิกจากขาดทุน 461 ล้านบาท ใน 1Q24 ซึ่ง ดีกว่าที่เราคาดไว้เพียง 8 ล้านบาท หลักๆ มาจากส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมในไตรมาสนี้เพียง 7 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดว่าจะขาดทุน 32 ล้านบาท
เนื่องจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและหลวงพระบางมีผลการดําเนินงานขาดทุนน้อยกว่าคาด จากค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยและมีกําไรจากการดําเนินงานเป็นบวกเล็กน้อย ขณะที่เราคาดขาดทุนเล็กน้อย
รายได้หลักจากโรงไฟฟ้านํ้างึม 2 เพิ่มขึ้น y-y แต่ลดลง q-q โดยมีปริมาณการขายไฟอยู่ที่ 399 ล้านหน่วย -33% q-q, +6.9% y-y แต่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (BIC) มีรายได้ลดลง q-q, y-y จากทั้งค่าก๊าซและ Ft ที่ลดลง ส่งผลให้รายได้รวม 1Q25 -13.5% q-q,-3.0% y-y
ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารและดําเนินงานทรงตัว q-q, y-y แต่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามอัตราดอกเบี้ยตลาด ตามคาด
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้ม 2Q25 น่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของรายได้จากปริมาณการนํ้าในเขื่อนที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และที่สําคัญปีนี้กรมอุตนิยมวิทยาคาดจะมีปริมาณฝนเยอะและมีพายุหลายลูก น่าจะส่งทําให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น แม้โรงไฟฟ้าไซยะบุรีจะหยุดซ่อมใน 2Q25 แต่จะมีผลลบเล็กน้อย อีกทั้งดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงตามดอกเบี้ยในตลาดที่ลดลงจะหนุนกําไรเติบโตปีนี้
คงประมาณการกําไรสุทธิปี 2025 ที่ 1.5 พันล้านบาท +11% y-y และราคาเป้าหมาย 3.40 บาท ระยะกลาง CKP จะได้ แรงหนุน จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงและกําลังเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นใน 2Q25 และสูงสุดใน 3Q25 ส่วนระยะยาวจะมาจากโรงไฟฟ้าเขื่อนหลวงพระบาง 1,450 MW ที่จะ COD ในปี 2030
สำหรับ ผลประกอบการ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (CKP) เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 1/2568 ว่า CKPower มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม (EBITDA + Share of Profits) จำนวน 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 139 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 305 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินงาน 242 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นในปีนี้ มาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ของบริษัท โดยรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4 จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปี 2568 ที่มากขึ้นกว่าปีก่อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าได้มากขึ้นร้อยละ 7 รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลงถึง 563 ล้านบาท เหลือเพียง 7 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลงร้อยละ 99 จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดย โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเดือนมกราคม-พฤษภาคมปี 2568 มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 3 และยังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ที่ 363 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณน้ำไหลเข้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย โดยต้องรอความชัดเจนของปริมาณน้ำอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 48 ซึ่งเป็นไปตามแผน ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
สำหรับผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ในระยะแรกจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 7.0 MW ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 มีความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ร้อยละ 86 ซึ่งเป็นไปตามแผน โดยเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้แล้ว 1 โครงการเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567 และจะทยอยแล้วเสร็จครบทุกโครงการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568
สำหรับฐานะการเงินของ CKPower ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.72 เท่า มีหนี้สินรวมลดลงร้อยละ 3 จากสิ้นปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า โดยทริสเรทติ้งได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ทุกชุดของบริษัทเป็นอันดับ “A-“ แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานในปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท เป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 691 ล้านบาท มีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB